แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ทีมปีศาจแดง ทีมแรกของอังกฤษที่คว้าทริปเปิลแชมป์

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (อังกฤษ: Manchester United Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงของอังกฤษ มีสนามเหย้าคือโอลด์แทรฟฟอร์ดในเมืองแมนเชสเตอร์ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จสูงสโมสรหนึ่ง โดยชนะเลิศแชมป์ลีก 20 ครั้ง (เอฟเอ พรีเมียร์ลีก/ดิวิชัน 1) ชนะเอฟเอคัพ 12 ครั้ง ฟุตบอลลีกคัพ 5 ครั้ง ชนะยูโรเปียนคัพ/ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 3 ครั้ง ชนะเอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 21 ครั้ง และชนะยูฟ่า คัพ วินเนอร์สคัพ อินเตอร์เนชันแนลคัพ ยูโรเปียนซูเปอร์คัพ ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก และ ยูฟ่ายูโรปาลีก อย่างละ 1 ครั้ง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นสโมสรกีฬาที่ได้รับความนิยม โดยแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมีสถิติผู้เข้าชมในสนามมากที่สุดในฟุตบอลอังกฤษตลอด 34 ฤดูกาล ยกเว้นในฤดูกาล 1987–89 ที่มีการปรับปรุงสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด  แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นสโมสรหนึ่งในกลุ่มจี-14

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 สโมสรปรับปรุงรูปแบบดำเนินกิจการเป็นบริษัทมหาชน อย่างไรก็ตาม ต่อมานักธุรกิจชาวอเมริกัน มัลคอล์ม เกลเซอร์ เข้าครอบครองแบบไม่เป็นมิตร เป็นผลสำเร็จ และนำสโมสรออกจากตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005

  • สโมสรในช่วงแรก (1878-1945)

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แต่จริงแล้วชื่อเดิมของสโมสรนั้น คือ “นิวตัน ฮีท ” ในปี ค.ศ. 1878 พนักงานการรถไฟสายแลงคาเซี้ยร์ แอนด์ ยอร์คเชียร์ แผนกรถสินค้าและรถโดยสารของบริษัทรถไฟแอล.และวาย. (Lancashire and Yorkshire Railway (LYR) ในระหว่างที่กำลังรับประทานอาหารมื้อเย็นอยู่นั้น พวกเขตลอาได้ร่วมก่อตั้งทีมฟุตบอลกันขึ้นมา และตระเวนเล่นกันอยู่ในแถบเมืองนอร์ธกราวด์ ซึ่งอยู่ในนิวตัน ฮีท สถานที่ซ้อมก็ใช้รางรถไฟ เป็นเส้นแบ่งเขตสนาม โดยชุดแข่งที่ใช้เสื้อสีเขียว-เหลือง อย่างละครึ่ง กางเกงสีดำเป็นชุดเก่ง  ในปี 1885 สมาชิกในทีมได้ตัดสินใจติดต่อกับการรถไฟ และก่อตั้งทีมเพื่อเป็น บริษัท จำกัด โดยใช้ชื่อว่า นิวตัน ฮีท ฟุตบอลคลับ ผลงานชิ้นแรกของเขาคือการคว้าแชมป์ แมนเชสเตอร์ คัพมาครอง

  • ยุคของเซอร์ แมตต์ บัสบี (1945-1969)

แมตต์ บัสบีได้เข้ามาคุมทีมในปี 1945 เขาได้นำความสำเร็จมาสู่สโมสรฟุตบอลได้อย่างรวดเร็ว โดยได้อันดับสองของฟุตบอลลีกในปี 1947 และชนะเลิศเอฟเอ คัพในปีต่อมา

บัสบีเป็นคนที่ดึงนักเตะจากทีมเยาวชนขึ้นมาหลายคน จนได้แชมป์ลีกในปี 1956 ด้วยอายุเฉลี่ยของนักเตะเพียง 22 ปีเท่านั้น ในปีต่อมา เขาก็ได้พาทีมเป็นแชมป์ลีกอีกครั้ง และยังเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ แต่ไปไม่ถึงดวงดาวโดยการพ่ายแพ้ต่อแอสตัน วิลลา แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นทีมแรกของอังกฤษที่ได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลยูโรเปียนคัพ และยังได้เข้าถึงรอบรองชนะเลิศอีกด้วย

  • ลุ่มๆ ดอนๆ (1969-1986)

สโมสรได้พยายามหาตัวแทนที่เหมาะสมของบัสบี โดยใช้ผู้จัดการทีมไปหลายคน ได้แก่ วิฟ แมคกิวเนส, แฟรงค์ โอฟาร์เรล ก่อนที่ ทอมมี โดเคอร์ตี้เข้ามาคุมทีมในปี 1972 เขาได้ช่วยทีมให้รอดจากการตกชั้น แต่อย่างไรก็ดี ทีมก็ได้ตกชั้นลงไป

  • ยุคของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (1986-2013)

ในช่วงปี 1998-99 ถือเป็นปีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร ด้วยการเป็นทีมแรกของอังกฤษที่คว้าทริปเปิลแชมป์ ซึ่งประกอบด้วยพรีเมียร์ลีก เอฟเอคัพ และยูฟาแชมเปียนส์ลีกได้ในฤดูกาลเดียวกันอย่างน่าประทับใจ และจากการคว้าสามแชมป์ ทำให้อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้รับการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากสมเด็จพระบรมราชินีนาถเอลิซาเบถที่ 2 เป็นเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เพื่อตอบแทนผลงานที่สามารถสร้างชื่อเสียงและเกียรติประวัติให้แก่ประเทศ ซึ่งถือเป็นบุคคลที่ได้รับตำแหน่งเซอร์คนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร โดยผู้ที่ได้รับคนแรกคือ เซอร์แมตต์ บัสบี คนที่สองคือ เซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ตำนานของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

  • 2013–2016

ในฤดูกาล 2013-14 หลังจากที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ประกาศวางมือจากการคุมทีมไป หลังจากที่คุมทีมมาอย่างยาวนานกว่า 26 ปีครึ่ง ทางทีมและทางตัวของเฟอร์กูสันได้แต่งตั้ง เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตันชาวสกอต ให้มารับหน้าที่ผู้จัดการทีมคนใหม่แทน แต่ปรากฏว่าผลงานของมอยส์ทำให้ทีมมีผลงานย่ำแย่มาก จนในที่สุดเมื่อจบฤดูกาล แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้เพียงแค่อันดับ 7 ไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในรายการภาคพื้นทวีปได้ทั้งยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก หรือยูโรปาลีก อีกทั้งยังทำอีกหลายสถิติที่ย่ำแย่ จนกลายเป็นสถิติที่แย่ที่สุดของทีมในรอบ 19 ปี ในที่สุดก่อนจะสิ้นสุดฤดูกาลเพียงแค่ 4 นัด ผู้บริหารทีมก็ตัดสินใจปลดมอยส์ออกจากตำแหน่ง พร้อมกับแต่งตั้งไรอัน กิกส์ ปีกซ้ายชื่อดังของทีมวัย 40 ปี รับผิดชอบหน้าที่ผู้จัดการทีมชั่วคราวและผู้เล่นไปในตัวด้วย จนกว่าจะหาผู้จัดการทีมคนใหม่ได้

เริ่มต้นฤดูกาล 2016–17 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้ตั้ง โชเซ มูรีนโย เข้ามาเป็นผู้จัดการทีม เขาได้ประกาศกร้าวว่าจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้ เขาทำผลงานดีในสามนัดแรก แต่หลังจากนั้นไม่ชนะถึงหกเกม ก่อนที่จะไร้พ่ายถึง 24 นัดซึ่งเป็นสถิติของเขาอีกด้วย แต่ก็เสมอในบ้านไปถึง 9 นัด ซึ่งเสมอแบบไม่จำเป็นอย่างมาก แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกลายเป็นทีมที่สามที่รู้อันดับของตัวเอง ต่อจากเชลซีและเอฟเวอร์ตัน จนถูกล้อเลียนอย่างมากมาย แต่ก็สามารถคว้าแชมป์อีเอฟแอลคัพและยูฟ่ายูโรปาลีกได้สำเร็จ

 

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด

โอลด์แทรฟฟอร์ด (อังกฤษ: Old Trafford) เป็นสนามกีฬาฟุตบอลในเมืองโอลด์แทรฟฟอร์ด, เกรตเตอร์แมนเชสเตอร์, ประเทศอังกฤษ และเป็นสนามเหย้าของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มีจำนวนความจุ 75,635 ที่นั่ง  โอลด์แทรฟฟอร์ดเป็นสนามกีฬาของสโมสรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาหลายๆทีมในสหราชอาณาจักร เป็นสนามกีฬาขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 และเป็นสนามกีฬาฟุตบอลขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 และใหญ่เป็นอันดับที่ 8 ในทวีปยุโรป สนามแห่งนี้อยู่ห่างจากโอลด์แทรฟฟอร์ดคริกเกตกราวนด์ 0.5 ไมล์ (800 เมตร) และอยู่ติดกันกับป้ายรถราง

โอลด์แทรฟฟอร์ด ได้ถูกขนามนามจากบ็อบบี ชาร์ลตันว่า”โรงละครแห่งความฝัน” ใช้เป็นสนามเหย้าตั้งแต่ปี ค.ศ. 1910 อย่างไรก็ตามในช่วงปี ค.ศ. 1941 จนถึง ค.ศ. 1949 สโมสรได้ใช้สนามเมนโรดร่วมกับทีมคู่แข่งอย่างแมนเชสเตอร์ซิตี เนื่องจากสนามได้รับความเสียหายจากการทิ้งระเบิดของสงครามโลกครั้งที่สอง

 

อดีตนักเตะที่มีชื่อเสียง ของทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

  • เดวิด เบคแคม

เดวิด รอเบิร์ต โจเซฟ เบคแคม  (อังกฤษ: David Robert Joseph Beckham) OBE เกิดวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 1975 เป็นอดีตนักฟุตบอลชายชาวอังกฤษ เขาเคยเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด, เพรสตันนอร์ทเอนด์, เรอัลมาดริด, เอซี มิลาน, แอลเอ กาแล็กซี่ และปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง และเคยเล่นให้กับฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ ในปี 1996 จนถึง ปี 2009 และเคยเป็นกัปตันทีมของทีมชาติอังกฤษด้วย

เบคแคมเป็นนักเตะหนึ่งในสี่คนที่เล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก มากกว่า 100 นัด เขายังเป็นนักเตะที่เล่นให้ทีมชาติอังกฤษ 113 ครั้ง มากที่สุดเป็นอันดับ 2 และเป็นคนอังกฤษเพียงคนเดียวที่ทำประตูได้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 3 ครั้ง ใน ฟุตบอลโลก 1998, 2002 และ 2006 โดยยิงประตูให้ทีมชาติรวมทั้งหมด 17 ประตู

เบคแคมได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นนายทหารแห่งจักรวรรดิบริเตน (Officer of the Order of the British Empire) จากสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2

ซึ่งชื่อเสียงของเบคแคมนั้นคนทั่วโลกรู้จักเขาเป็นอย่างดีทั้งรุ่นต่อรุ่นโดยผลงานของเขาสามารถสร้างชื่อเสียงไว้มากมายทั้งใน ฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ และการค้าแข้งให้กับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ในวันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ. 2013 (พ.ศ. 2556) เดวิด เบคแคม ประกาศที่จะเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพหลังจากที่การแข่งขันลีก 1 ของฝรั่งเศส (Ligue 1) ฤดูกาล 2012-13 ภายใต้สโมสร ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง สิ้นสุดลง

ติดตามบทความดีดีได้ที่  http://stevesmith12.com/