สโมสรฟุตบอลฟูลัม

สโมสรฟุตบอลฟูลัม ทีมเจ้าสัวน้อย แห่งกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

สโมสรฟุตบอลฟูลัม

สโมสรฟุตบอลฟูลัม สโมสรฟุตบอลฟูลัม (อังกฤษ: Fulham Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกของฟุตบอลอังกฤษ ก่อตั้งในเดือนกันยายน พ.ศ. 2422 (ค.ศ. 1879) สนามเหย้าปัจจุบันใช้สนามเครเวนคอตทิจในกรุงลอนดอน โดยฟูแลมอยู่ภายใต้การครอบครองของโมฮัมเหม็ด อัลฟาเยด นักธุรกิจชาวอียิปต์ได้มอบเงินลงทุนจำนวนมหาศาลในการซื้อนักเตะเข้าทีม ฟูลัมเคยดึงนักเตะชื่อดังอย่าง กาเบรียล โอแบร์กต็อง นักเตะทีมชาติฝรั่งเศสมาด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ ทำผลงานได้ดีมากและใน2015-16ทำให้ทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกสมัยแรกได้สำเร็จในปี 2015-2016ซึ่งในช่วงท้ายฤดูกาลนั้นฟูลัมจำเป็นต้องชนะใน 3 นัดสุดท้ายเพื่อลุ้นแชมป์โดยนัดสุดท้ายฟูลัมชนะพอร์ทสมัธ1-0จากแดนนี เมอร์ฟี อดีตนักเตะลิเวอร์พูล ทำให้ฟูลัมเลื่อยอันดับไปอยู่ที่ 1 ที่จะมีการปรับเปลี่ยนทีมซึ่งทำให้ฟูลัมซึ่งคว้าแชมป์สมัยแรกเป็นทีมได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปซึ่งในฤดูกาล 2015-2016 ฟูลัมซึ่งได้โควตาเล่นฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปียร์ลีก (เปลี่ยนชื่อจากยูฟ่าคัพ) ฝ่าด่านทีมดังอย่างชัคเตอร์ โดห์เนตค์, ยูเวนตุส, ฮัมบูร์ก เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ในยุคของ รอย ฮอดจ์สัน แต่ก็แพ้ อัตเลตีโกมาดริด ทีมจากสเปน

สโมสรฟุตบอล ฟูแล่ม ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2422 ตั้งอยู่ที่เมืองฟูแล่ม แถบแม่น้ำเทมส์ ในกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ เป็นสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมามากกว่า 100 ปี ยุคที่ฟูแล่มอยู่ภายใต้การดูแลของโมฮัมหมัด อัลฟาเยดนั้นนักธุรกิจชาวอิยิปต์รายนี้ได้มอบเงินจำนวนมหาศาลในการทำทีม จนฟูแล่มได้ฉายาว่าทีมเจ้าสัวน้อย แต่ปัจจุบันได้มีมหาเศรษฐีรายใหม่เข้ามาซื้อทีมต่อนั่นก็คือซาฮีด ข่านนักธุรกิจชาวอเมริกันเชื้อสายปากีสถานซึ่งเขาเป็นเจ้าของทีมอเมริกันฟุตบอล แจ็คสันวิลล์ จากัวส์ด้วย

ชื่อเต็ม : สโมสรฟุตบอลฟูลัม
ฉายา  : The Cottage เจ้าสัวน้อย (ภาษาไทย)
ก่อตั้ง : พ.ศ. 2422 (ค.ศ. 1879)
สนาม : เครเวนคอตทิจ ลอนดอน
ความจุ : 25,700 ที่นั่ง
เจ้าของ : ชาฮีด ข่าน
ประธาน :ชาฮีด ข่าน
ผู้จัดการ :  สลาวีชา ยอคานอวิช
ลีก : พรีเมียร์ลีก 2017–2018 แชมเปียนชิป อันดับที่ 3 (เลื่อนชั้น)
เว็บไซต์สโมสร : http://www.fulhamfc.com/

สโมสรฟุตบอลฟูลัม สนามเครเวนคอตทิจ

The Cottage, Fortress Fulham  กระท่อมน้อย หรือป้อมปราการแห่งฟูลัม เครเวนคอตทิจ (อังกฤษ: Craven Cottage) เป็นสนามฟุตบอลตั้งอยู่ที่ย่านฟูลัม กรุงลอนดอน และเป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลฟูลัมตั้งแต่ ค.ศ. 1896

ที่ตั้ง ฟูลัม, ลอนดอน, SW6 6HH
พิกัดภูมิศาสตร์: 51°28′30″N 0°13′18″W
เจ้าของ สโมสรฟุตบอลฟูลัม
ผู้ดำเนินการ สโมสรฟุตบอลฟูลัม
พื้นสนาม หญ้า (ไฟเบรลาสติก)
ความจุ 25,700 ที่นั่ง
สถาปนิก ชาวสกอตแลนด์ อาร์ชิบอลด์ ลีช
เปิดใช้สนาม ค.ศ. 1896
ผู้ใช้งาน
(1896–2002,
(2000–2003)
(2004–ปัจจุบัน)
รักบี้ (RFL แชมเปียนส์ชิพ) (1980–1984)

 

สลาวีชา ยอคานอวิช ผู้จัดการทีมฟูลัมคนปัจจุบัน

สลาวีชา ยอคานอวิช (เซอร์เบีย: Slaviša Jokanović; เกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2511) เป็นนักฟุตบอลชาวเซอร์เบีย เล่นในยุค 1990-2000 เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับ เขามีเอกลักษณ์คือลูกโหม่งกลางอากาศที่ยอดเยี่ยม ปัจจุบันเป็นผู้จัดการทีมของสโมสรฟุตบอลฟูลัม

ประวัติการเล่นฟุตบอล

  • วอยวอดีนา

ยอคานอวิช เกิดที่เมืองนอวีซาด เมืองในสาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย เริ่มเล่นฟุตบอลที่บ้านเกิดของตนในชุดเยาวชนกับสโมสรฟุตบอลนอวีซาด ทำให้เขาได้ก้าวขึ้นไปสู่ทีมชุดใหญ่อย่างรวดเร็วโดยได้ย้ายไปเล่นให้กับทีมในสโมสรฟุตบอลวอยวอดีนา ด้วยอายุ 20 ปี ของเขาซึ่งช่วยให้ทีมวอยวอดีนาคว้าอันดับหนึ่งของลีกนานาชาติ ได้ในฤดูกาล 1988-89 ด้วยการยิงไป 4 ประตู และลงเล่นไป 24 นัด

  • พาร์ทีซัน

ในปี 1990 ยอคานอวิชได้ทำสัญญากับสโมสรฟุตบอลพาร์ทีซัน ในปีที่สองของเขาเขาช่วยสโมสรชนะถ้วยในประเทศและในสามฤดูกาลของเขายิงได้อย่างน่าประทับใจโดยเฉพาะ 13 ประตูในลีก ยอคานอวิชเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลายคนที่ให้ช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์ได้ลีก ซึ่งเขาได้ช่วยให้สโมสรได้ 103 คะแนน จากการลงเล่น 36 นัดทั้งหมด

  • เรอัลโอเบียโด / เตเนรีเฟ

หลังจากการโชว์ฟอร์มที่น่าประทับใจของ สโมสรฟุตบอลพาร์ทีซัน ยอคานอวิชเซ็นสัญญากับเรอัลโอเบียโดใน สเปน โดยในช่วงสองฤดูกาลของเขาที่อยู่กับโอเบียโด เขาได้พบเพื่อนจากประเทศเดียวกันหลายคน อาทิ วานโก วานโควิช, นิโคลา เยอร์คาน, โรเบิร์ต โพรชายเนสกี ต่อจากนั้นเขาได้เซ็นสัญญากับทีมในลาลีกาอย่างเซเด เตเนรีเฟ โดยเป็นสื่อในการรวมหมู่เกาะคะแนรี ซึ่งสี่ฤดูกาลที่เขาอยู่กับเตเนรีเฟเขาได้ลงเล่นมากกว่า 120 นัด และทำประตูไปได้ 17 ประตู โดยเขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญขอเตเนรีเฟในยุคนั้นเลยก็ว่าได้

  • เดปอร์ตีโบเดลาโกรูญา

ในปี 1999 ในช่วงฤดูร้อน ยอคานอวิชในอายุ 31 ปี ทำสัญญากับเดปอร์ตีโบเดลาโกรูญา ซึ่งเขามีกองกลางชาวบราซิลสองคนอย่างมาอูรู ซิลวา และโดนาตู กามา ดา ซิลวา มาช่วยกันทำเกมและตัดเกมจากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งทั้งสามคนเป็นกองกลางคนสำคัญที่มีส่วนร่วมทำให้ลาโกรูญาคว้าแชมป์ลาลีกามาครองได้สำเร็จในฤดูกาล 1999-2000

  • เชลซี / เรอัลมูร์เซีย

หลังจากผ่านไปเพียงหนึ่งฤดูกาลกับลาโกรูญา ยอคานอวิชก็ทำสัญญากับสโมสรฟุตบอลเชลซี ทีมในพรีเมียร์ลีก เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 2000 ด้วยค่าตัว 1.7 ล้านปอนด์ เขาได้ลงเล่นค่อนข้างน้อยในช่วงสองฤดูกาลเพราะอายุที่เริ่มมากขึ้นและถูกปล่อยตัวในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2002 ในวัย 34 ปี และแขวนสตั๊ดของเขาในช่วงที่สองกับการย้ายมาเล่นในลีกสเปนกับเรอัลมูร์เซีย ซึ่งได้แค่สามเดือน และลงสนามเพียง 6 นัดเท่านั้น

ประวัติการคุมสโมสร

  • พาร์ทีซัน

ยอคานอวิชอาศัยอยู่ในมาดริดตอนที่เขาเข้ามาในเดือนกันยายน ค.ศ. 2007 อย่างไรก็ตามสามเดือนต่อมาเขาก็กลายเป็นผู้จัดการทีมของสโมสรฟุตบอลพาร์ทีซัน

ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2008 ทีมพาร์ทีซันสามารถคว้าทั้งแชมป์ลีกและแชมป์ถ้วยภายใต้การคุมทีมของยอคานอวิช ยอคานอวิชยังได้รับการคัดเลือกให้เป็น “ผู้ฝึกสอนที่ดีที่สุดในเซอร์เบีย” จากสมาคมฟุตบอลเซอร์เบีย แต่เขาปฏิเสธที่จะรับรางวัลนี้เนื่องจากพาร์ทีซันทำผลงานได้แย่ในถ้วยยุโรปอย่างยูฟ่าคัพ ฤดูกาล 2008-09 รอบแบ่งกลุ่ม

ในฤดูกาลแรกในการเป็นผู้จัดการทีมของเขา ยอคานอวิชนำพาร์ทีซันชนะในลีกกับพร้อมกับแซงหน้าอดีตสโมสรเก่าที่เคยเล่นอย่างสโมสรฟุตบอลวอยวอดีนา ดังนั้นเขาก็กลายเป็นผู้ฝึกสอนคนแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรที่ประสบความสำเร็จในการป้องกันแชมป์ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 5 กันยายน ค.ศ. 2009 เขาก็ออกจากตำแหน่งโดยความยินยอมร่วมกัน  ด้วยการอำลาสโมสรประมูลผ่านจดหมายเปิดผนึก

  • เมืองทอง ยูไนเต็ด

เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 สโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ทำสัญญากับยอคานอวิชอย่างเป็นทางการ เขาได้ลงคุมทีมนัดแรกในนัดกระชับมิตรก่อนเปิดฤดูกาลกับสโมสรฟุตบอลจังหวัดนครราชสีมา ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวา 2550 จังหวัดนครราชสีมา ผลเสมอกันไป 0-0 ส่วนการคุมทีมลงสนามไทยพรีเมียร์ลีก 2555 นัดแรก ลงสนามพบกับบีอีซีเทโร ศาสน ที่สนามเอสซีจีสเตเดียม ผล เมืองทองฯ ชนะ 2-1 โดยเมืองทองฯ ได้ประตูจากลูกยิงไกลของดัสกร ทองเหลา และการโหม่งทำประตูของดาโน เซียกา ในช่วงท้ายเกม และในฤดูกาล 2555 นี้ได้พาทีมเมืองทองยูไนเต็ดคว้าแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 3 พร้อมสถิติทำไร้พ่าย

 

สมชื่อเจ้าสัว! ฟูลัมน้องใหม่เสริทัพทะลุ 100 ล้านปอนด์

เจ้าสัวน้อยกลายเป็นทีมน้องใหม่พรีเมียร์ลีกทีมแรกที่ใช้เงินเสริมทัพเกิน 100 ล้านปอนด์ในตลาดซัมเมอร์ จารึกสถิติเป็นน้องใหม่พรีเมียร์ลีกทีมแรกที่ช็อปผู้เล่นทะลุหลัก 100 ล้านปอนด์ หลังรวบนักเตะใหม่เข้ามาเสริมทัพถึง 13 ราย

เจ้าสัวน้อยได้ผู้เล่นเข้ามาเสริมในวันสุดท้ายของตลาดถึง 5 คน ประกอบด้วย เซร์คิโอ ริโก้, โจ ไบรอัน, ลูเซียโน เวียตโต้, อ็องเดร อ็องกีสซา และ ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ โดยก่อนหน้านี้พวกเขาจัดการคว้านักเตะอย่าง ฌอง มิเชล ซาร์รี, อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช, อัลฟี มอว์สัน, ฟาบรี้, มักซิม เลอร์ มาร์ชานด์, อันเดร ชูร์เร, คอลัม แชมเบอร์ส และ ตาโย เอดุน เข้ามาเสริมก่อนแล้ว

ในจำนวนนี้มีนักเตะ 7 รายที่ทีมของ สลาวิซา โยคาโนวิช ควักเงินซื้อขาด ประกอบด้วย อ็องเดร อ็องกีสซา (30 ล้านปอนด์), ฌอง มิเชล ซาร์รี (27 ล้านปอนด์), อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช (18 ล้านปอนด์), อัลฟี มอว์สัน (15 ล้านปอนด์), โจ ไบรอัน (6 ล้านปอนด์), ฟาบรี้ (5 ล้านปอนด์) และ มักซิม เลอร์ มาร์ชานด์ (3.5 ล้านปอนด์)

รวมแล้วฟูลัมใช้เงินในตลาดนักเตะซัมเมอร์ไปสูงถึง 104.5 ล้านปอนด์ กลายเป็นน้องใหม่ทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่ใช้เงินเกิน 100 ล้านปอนด์ทันที

ติดตามบทความดีดีได้ที่  http://stevesmith12.com/

สโมสรพอร์ทสมัธ

สโมสรพอร์ทสมัธ “ปอมปีย์” สโมสรฟุตบอลเก่าแก่ของอังกฤษ

สโมสรพอร์ทสมัธ

สโมสรพอร์ทสมัธ สโมสรฟุตบอลพอร์ตสมัท เป็นสโมสรฟุตบอลที่ตั้งอยู่ในเมืองพอร์ตสมัท ประเทศอังกฤษ ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1898 (พ.ศ. 2441) ปัจจุบันเล่นอยู่ในระดับฟุตบอลลีกทู เคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษได้ 2 สมัย ในปี 1949 และ 1950 โดยพวกเขาเล่นที่สนามแฟรตตันพาร์ก ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันคือพอล คุ้ก

ในฤดูกาล 2009-2010 พอร์ตสมัทถูกตัด 9 คะแนนเนื่องจากประสบปัญหาด้านการเงินและฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่ทั้งที่มีนักเตะอย่าง เฟเรดิก ปิกิยอน, สตีฟ ฟินแนน, อารูน่า ดินดาน, เจมี่ โอฮาร่า รวมถึงปัญหาในด้านการบริหารที่เจ้าของสโมสรเปลี่ยนมือบ่อยครั้งทำให้สโมสรตกชั้นสู่เดอะแชมเปี้ยน ชิพด้วยอันดับ20 แต่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอ คัพด้วยการชนะทอตแนมฮ็อตสเปอร์ 2-0 ในรอบรองชนะเลิศ สร้างความตกตะลึงไปทั่ววงการเนื่องจากพอร์ตสมัทอยู่ในช่วงปัญหารุมเร้าทั้งด้านการเงิน นักเตะและการบริหารทีมต่างจากทอตแนมฮ็อตสเปอร์ที่เพียบพร้อมกว่าทำให้วีรกรรมครั้งนี้เป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร

พอร์ตสมัทมีแฟนบอลอันดับหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงชื่อจอห์น เวสต์วูดส์ ซึ่งรักสโมสรชนิดเข้าสายเลือดถึงขนาดเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น จอห์น แอนโทนี่ พอร์ตสมัท ฟุตบอลคลับ เวสต์วูดส์ ซึ่งมีเอกลักษณ์ในการแต่งตัวโดยใส่หมวกยาวสีน้ำเงินมีตราสโมสร ใช้กระดิ่งในการเชียร์ ใส่เสื้อกั๊กลายหมากรุกสีฟ้าสลับขาว โดยเรื่องราวของเขาถูกนำไปทำสารคดีเรื่อง The True Pompey Fan’s Miscellany

ชื่อเต็ม Portsmouth Football Club
ฉายา Pompey, The Blues
ก่อตั้ง ค.ศ. 1898
สนาม แฟรตตันพาร์ก
พอร์ตสมัท
ความจุ 21,178
เจ้าของ ปอมปีย์ ซัพพอร์ตเตอร์ ทรัสต์
ประธาน เอียน แม็คอินเนส
ผู้จัดการ พอล คุ้ก อังกฤษ
ลีก ฟุตบอลลีกทู
2014-2015 อันดับที่ 16 (ลีกทู)

 

สโมสรพอร์ทสมัธ   “จอห์น เวสต์วูด” คนบ้าแห่งพอร์ทสมัธ

สวัสดีค่ะ แน่นอนว่ามีเรื่องราวดีๆมาฝากเหมือนเช่นเคย จะพาไปทำความรู้จักแฟนบอลรายหนึ่ง ที่มีเรื่องราวชีวิต และไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจเขาคือ “จอห์น อันโธนี่ เวสต์วูด”

เวสต์วูด เกิดในย่านลิสส์, แฮมป์เชียร์ เมืองทางตอนใต้ของอังกฤษ ปัจจุบันอายุ 50 ปี และมีอาชีพหลัก เป็นพนักงานที่ “Petersfield Bookshop” ซึ่งเป็นร้านขายหนังสือเก่า

มองภายนอก เขาเหมือนพนักงานทั่วไป จากการแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ๊ตเฉิ่มๆ, เน็คไทเชยๆ ท่ามกลางหนังสือโบราณแสนน่าเบื่อ หน้าที่ประจำคือแนะนำลูกค้า, จัดเรียงหนังสือตามหมวดหมู่ และเช็คสต๊อค พูดได้ว่า การงานตีกรอบให้อยู่ในโลกแคบๆ แต่หลังจากเลิกงาน เขายังมีโลกกว้างอีกใบรออยู่

จากร้านหนังสือ สู่ห้องนอนส่วนตัว ที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาว-น้ำเงิน ไม่ว่าจะเป็นฝาผนัง, เพดาน, ประตู โดยมีตราสโมสร “พอร์ทสมัธ เอฟซี” ประดับประดาเต็มไปหมด

ภาพเหล่านี้ ทำให้พวกเรารู้แล้วว่า โลกกว้างอีกหนึ่งใบ คือการเป็นแฟนบอลพันธุ์แท้ของพอร์ทสมัธ อีกหนึ่งสโมสรเก่าแก่ของอังกฤษ นั่นเอง

เวสต์วูด เปิดเผยว่า “มีโอกาสชมเกมที่พอร์ทสมัธ ลงเตะครั้งแรกในปี 1976 เปรียบเสมือนรักแรกพบ ทำให้ตามเชียร์สโมสรแห่งนี้ เป็นระยะเวลาร่วม 40 ปีแล้ว”

เขาเหมือนแฟนบอลทั่วไป ที่เก็บสะสมทุกอย่าง ทั้งเสื้อแข่ง, ของที่ระลึก และหนังสือพิมพ์ แต่สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างคือ “ความเป็นตัวตน”

ดูจากการตัดสินใจเปลี่ยนชื่อกลางเป็น “จอห์น พอร์ทสมัธ ฟุตบอล คลับ เวสต์วูด” ถือเป็นแฟนบอลคนแรกของโลก ที่ทำอะไรแบบนี้

นอกจากนี้ ยังเป็นผู้นำแฟชั่นการเชียร์ มาพร้อมกับหมวกทรงสูง, เสื้อกั๊กสุดแนว, กางเกงตราหมากรุก, รองเท้ายักษ์ เรียกได้ว่าแต่งแบบไม่แคร์สายตาคนรอบข้าง

เขามีรอยสักเกี่ยวกับ “ปอมปีย์” เกินกว่า 60 จุดบนเรือนร่าง ทั้งตราสโมสร, หน้านักเตะ, ถ้วยแชมป์ และประวัติศาสตร์ต่างๆ แถมสลักชื่อย่อทีม “PFC” บนฟันอีกด้วย

อุปกรณ์การเชียร์ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดขาย ขนมาอย่างครบครันทั้ง กระดิ่ง, แตร, กระพรวนและที่ขาดไม่ได้เลยคือขวดเบียร์ !!!

ก่อนเกมการแข่งขัน เขามักถูกรายล้อมด้วยแฟนบอลพอร์ทสมัธ ที่เข้ามาขอถ่ายรูป โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ชื่นชอบเป็นอย่างมาก อาจเป็นเพราะความเป็นคนไม่ถือตัว และเป็นกันเอง

อย่างไรก็ตาม ยังมีแฟนบอลบางส่วนมองเวสต์วูด เป็นคนไม่ปกติ หรือชอบทำอะไรเพี้ยนๆ แต่นั่นไม่มีความหมายเลย หากเทียบความรักของเขา ที่มีต่อสโมสรแห่งนี้

หากใครเคยไปสนาม “แฟร็ตตัน พาร์ค” หรือชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ คงคุ้นชินกับภาพชายคนหนึ่ง ที่ยืนแหกปากร้องเพลงเชียร์ สลับกับการสั่นกระดิ่งเป็นระยะ

การยืนเชียร์นั้นเอง ทำให้เขาโดนหน่วยรักษาความปลอดภัยตามสนามต่างๆ หิ้วตัวออกไปสงบสติอารมณ์มานับไม่ถ้วน (หนักสุดถึงขั้นถูกแบนไม่ให้เข้าสนามในฐานะทีมเยือน)

ความโด่งดังของเจ้าตัว ถูกพูดถึงในวงกว้าง ขนาดสถานีโทรทัศน์ชื่อดัง “BBC” เคยถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตมาแล้ว ภาพลักษณ์ของเขา ยังถูกยังนำไปสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะ จนได้รับรางวัล “Portsmouth Open Art Competition”

ปัจจุบันเวสต์วูด อาจออกสื่อน้อยลง เนื่องจากพอร์ทสมัธ ประสบปัญหาการเงินรุมเร้า, โดนตัดแต้ม, ผลงานย่ำแย่ จนกระยิ้มกระสนไปเล่นในระดับลีก ทู ทั้งที่ 3-4 ปีก่อน “ปอมปีย์” ยังโลดแล่นอยู่ในระดับพรีเมียร์ลีก และคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ 2008 ด้วยการเอาชนะคาร์ดิฟฟ์ 1-0

ตอนนั้นพวกเขามีซูเปอร์สตาร์มากมาย เดวิด เจมส์, เกล็น จอห์นสัน, ลาสซาน่า ดิยาร์ร่า, เปโดร เมนเดส, นิโก้ ครานชาร์, เอ็นวานโก้ คานู, มิลาน บารอส ฯลฯ

นั่นเป็นความทรงจำดีๆของแฟนบอลพอร์ทสมัธ ที่ไม่รู้อีกนานแค่ไหน เหตุการณ์เหล่านั้นจะหวนคืนมาอีกครั้ง

กาลเวลาอาจโหดร้ายสำหรับบางคน แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่เปลี่ยนแปลง คือเสียงกระดิ่งแห่งศรัทธาของ “จอห์น เวสต์วูด” ที่จะดังกังวานทั่วสนาม “แฟร็ตตัน พาร์ค” ต่อไป ดั่งรอยสักที่อยู่กลางหน้าอกของเขา “Portsmouth Till I Die” (พอร์ทสมัธ จวบจนลมหายใจสุดท้าย)

 

เดวิด เจมส์ อดีตนายทวารพอร์ทสมัธ ช่วงปี 2012–2013

เดวิด เบนจามิน เจมส์,เอ็มบีอี (อังกฤษ: David Benjamin James) เกิดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1970 เป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษเชื้อสายจาเมกา และเคยเป็นผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษ ปัจจุบันเล่นฟุตบอลที่ประเทศอินเดียกับสโมสรเกรละ บลาสเตอร์ส เอฟซี เป็นสโมสรที่ตั้งอยู่ในรัฐเกรละ ลงแข่งในระดับอินเดียน ซุปเปอร์ลีก โดยเขาลงแข่งให้ทีมชาติอังกฤษ 53 ครั้ง โดยเริ่มลงแข่งทีมชาติเมื่อปี 1997

ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 เขาถูกบันทึกว่าเป็นผู้รักษาประตูที่อายุมากที่สุดในรอบสุดท้าย ด้วยอายุ 39 ปี นอกจากนี้เดวิด เจมส์ยังเป็นผู้เล่นที่ลงสนามในพรีเมียร์ลีกมากที่สุดอันดับสาม รองจากไรอัน กิ๊กส์และแฟรงค์ แลมพาร์ด และครองสถิติในพรีเมียร์ลีกคือเป็นผู้รักษาประตูที่รักษาสถิติไม่เสียประตูได้นานที่สุด

ในปี 2012 เขาได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งจักรวรรดิอังกฤษชั้นเอ็มบีอี (Member of the Order of the British Empire) ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ให้วงการฟุตบอลและการกุศล

ติดตามบทความดีดีได้ที่  http://stevesmith12.com/