สโมสร แบล็คพูล

สโมสร แบล็คพูล สโมสรในลีกอังกฤษ  จากเมืองชายทะเลแลนคาเชียร์

สโมสร แบล็คพูล

สโมสร แบล็คพูล สโมสรฟุตบอลแบล็กพูล (อังกฤษ: Blackpool Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลอังกฤษ ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1887 จากเมืองชายทะเลแลนคาเชียร์ ในแบล็กพูล สโมสรได้ร่วมเข้าแข่งขันในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2010-11 ซึ่งถือเป็นลีกอาชีพสูงสุดในอังกฤษ ปัจจุบันผู้จัดการทีมคือ เอียน ฮอลโลเวย์ ที่เริ่มเข้าดูแลทีมตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2009 สามารถนำทีมเข้าสู่พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลแรกของเขา

สโมสรฟุตบอลแบล็กพูล ติดอยู่ในอันดับ 25 ในการจัดอันดับสโมสรอังกฤษที่ประสบความสำเร็จที่สุดตลอดกาล

ฉายา

-The Seasiders,
-The ‘Pool,
-The Tangerines

ก่อตั้ง : 26 กรกฎาคม 1887 (131 ปีมาแล้ว)

สนาม : บูมฟิลด์โรด แบล็กพูล, อังกฤษ (ความจุ: 16,220)

บูมฟิลด์โรด Bloomfield Road เป็นสนามฟุตบอลในแบล็คพูล แลนคาเชียร์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นบ้านของแบล็คพูลเอฟซี ตั้งแต่ ปี 2444 มีบันทึกการเข้าร่วมแข่งขันใน สนามบูมฟิลด์โรด อยู่ที่ 38,098 ครั้ง เมื่อ Blackpool เล่น Wolverhampton Wanderers ในวันที่ 17 กันยายน ค.ศ. 1955

ที่สนามบูมฟิลด์โรด ยังเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬา ของแชมป์ยูฟ่าหญิง 2548  และยังเป็นสถานที่สำหรับการแข่งขันรอบสุดท้ายของ Northern Rail Cup ซึ่งเป็นการแข่งขันรักบี้ลีกในปี 2005

เจ้าของ : โอเวน ออยสตัน
ประธานสโมสร : คาร์ล ออยสตัน
ผู้จัดการทีม : นีล แม็คโดนัลด์
ลีก : อีเอฟแอลลีกวัน 2017-18 ลีกวัน, อันดับที่ 12 (จาก 24 ทีม)
เว็บไซต์สโมสร : https://www.blackpoolfc.co.uk/

สโมสร แบล็คพูล ผู้เล่นชุดปัจจุบัน

  1. พอล ราชุบก้า
  2. สตีเฟ่น เครนี่ย์
  3. คีธ เซาเธิร์น
  4. นีล เอิร์ดลี่ย์
  5. เอียน อีวัตต์
  6. มาร์ลอน แฮร์วู้ด
  7. เบร็ตต์ ออร์เมร็อด
  8. เดวิด วอห์น
  9. แกรี่ เทย์เลอร์-เฟล็ตเชอร์
  10. Elliot Grandin
  11. อเล็กซ์ แบปติสต์
  12. ลุค วาร์นี่ย์
  13. คริส บาแช่ม
  14. Ludovic Sylvestre
  15. แม็ตธิว กิลค์ส
  16. ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส
  17. Richard Kingson
  18. David Carney
  19. Salaheddine Sbaï
  20. ดี.เจ แคมป์เบลล์
  21. Siarhei Karnilenka
  22. Jason Puncheon
  23. แอนดี้ รีด
  24. James Beattie

“ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เยือน “เดอะซีไซเดอร์ส” แบล็คพูล

“ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เตรียมใช้ดาวรุ่งผสมกับแข้งสำรองลงเล่นในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3 นัดเยือน “เดอะซีไซเดอร์ส” แบล็คพูล

ศึกฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบ 3 คืนวันที่ 5 ม.ค.นี้ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะออกไปเยือน “เดอะซีไซเดอร์ส” แบล็คพูล ทีมจากลีกวัน ที่บลูมฟิลด์ โรด ในเวลา 00.30 น.

แบล็คพูล
นักเตะเจ็บ – จิมมี่ ไรอัน, มาร์ค คุลเลน, แมกซ์ เคลย์ตัน
เช็กความฟิต – จอร์แดน ธอมป์สัน

เทอร์รี่ แม็คฟิลลิปส์ กุนซือ “เดอะซีไซเดอร์ส” อยู่ในช่วงฟอร์มแย่ เพราะสะกดคำว่าชนะไม่เป็นมาแล้ว 4 เกม แต่ยังพร้อมจัดผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนาม นำทัพโดย มาร์ค โฮเวิร์ด, เพาดี้ โอคอนนอร์, เจย์ สเปียริ่ง, คัลลัม กาย, และ เลียม ฟีนีย์

อาร์เซนอล
นักเตะเจ็บ – ร็อบ โฮลดิ้ง, เฮนริก มคิทาร์ยาน, เอมิล สมิธ โรว์, แดนนี่ เวลเบ็ค
เช็กความฟิต – เฮคตอร์ เบเยริน, นาโช มอนเรอัล, ชโคดราน มุสตาฟี่, เมซุต โอซิล

อูไน เอเมเรี่ กุนซือ “ปืนใหญ่” น่าจะส่งแข้งสำรองลงสนามหลายคน และพร้อมเปิดโอกาสให้พวกเด็กดาวรุ่งด้วย คาดว่าผู้รักษาประตูจะใช้ ปีเตอร์ เช็ก แนวรับให้ โซคราตีส เป็นแกนหลัก แดนกลางวาง โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ กับ โจ วิลล็อก เป็นตัวคุมเกม แนวรุกใช้ อารอน แรมซีย์ กับ อเลกซองดร์ ลากาแซตต์ เป็นตัวทะลุทะลวง

ผลที่คาด – แบล็คพูล แพ้ อาร์เซนอล 1-3

 

สโมสร แบล็คพูล ปัจจุบันอยู่ในลีกวัน

อีเอฟแอลลีกวัน (อังกฤษ: EFL League One) หรือ ลีกวัน หรือ สกายเบตลีกวัน (อังกฤษ: Sky Bet League 1) ซึ่งเป็นชื่อตามผู้สนับสนุน เป็นฟุตบอลลีก อันดับสูงสุดอันดับ 2 และสูงสุดอันดับ 3 ของการแบ่งชั้นของระบบฟุตบอลอังกฤษ

ลีกวันเริ่มมีมาตั้งแต่ฤดูกาล 2004–05 โดยก่อนหน้านี้รู้จักในชื่อ ฟุตบอลลีกเซคันด์ดิวิชัน ก่อนการเริ่มพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลลีกเติร์ดดิวิชัน

 

ริคกี้ แลมเบิร์ต อดีตนักเตะแบล็คพลู ที่มีเส้นทางชีวิตน่านำมาสร้างหนังฮอลลีวูด

ริคกี้ แลมเบิร์ต เริ่มต้นการเป็นนักฟุตบอลด้วยการเข้ามาเป็นนักเตะเยาวชนของลิเวอร์พูลตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ จนเมื่ออายุ 15 เขาถูกผู้ฝึกสอนถอดออกจากทีม เนื่องจากฟอร์มการเล่นที่ไม่เข้าตา ก่อนย้ายไปอยู่กับ แบล็คพูล ในปี 1998

หลังจากไม่ได้รับการต่อสัญญากับแบล็คพูล ในปี 2000 แลมเบิร์ตก็ต้องทำงานอยู่ในโรงงานบีทรูทกระป๋อง โดยมีค่าแรงเพียงวันละ 20 ปอนด์ เพื่อแบ่งเบาภาระที่บ้าน แต่เขาก็ยังไม่ทิ้งความฝันในการเป็นนักฟุตบอล ด้วยการไปลงเล่นให้กับทีมแม็คเคิลส์ฟิลด์ ทาวน์, สต็อกพอร์ท, รอชเดล และ บริสตอล โรเวอร์ ซึ่งทำให้แลมเบิร์ตมีพัฒนาการเล่นที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนไปเข้าตาแมวมองจากเซาธ์แฮมป์ตัน และคว้าตัวเขาไปร่วมทีมเพื่อสู้ศึกในลีกแชมเปี้ยนชิพเมื่อปี 2009

แลมเบิร์ตโชว์ฟอร์มได้ดีจนช่วยให้ทีมนักบุญเลื่อนชั้นไปเล่นพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จในฤดูกาล 2011/12 และตัวเขาเองยังได้รับรางวัลรองเท้าทองคำ จากผลงาน 27 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นครั้งที่สามที่ได้รางวัลนี้จากสี่ฤดูกาลของเขา รวมถึงยังได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกแชมเปี้ยนชิพด้วย

ในพรีเมียร์ลีก แลมเบิร์ตยังทำผลงานได้ดีกับทัพนักบุญแดนใต้ ผลงาน 29 ประตู ในสองฤดูกาล ทำให้แลมเบิร์ตในวัย 31 ปี ถูกเรียกตืดทีมชาติเป็นครั้งแรก และทำประตูแรกในนามทีมชาติได้สำเร็จในนัดที่อังกฤษพบกับสก็อตแลนด์ที่เวมบลี่ย์

หลังจากนั้น แลมเบิร์ตในวัย 32 ปี ถูกลิเวอร์พูล สโมสรสุดรักของตัวเอง ซื้อตัวกลับมาเล่นให้กับทีมอีกครั้งด้วยค่าตัว 4 ล้านปอนด์ และนี่ก็เป็นข้อพิสูจน์ที่สำคัญว่า อายุนั้นเป็นเพียงตัวเลข หากจิตใจเรามุ่งมั่นมากพอ ซึ่งถือว่าเส้นทางชีวิตของแลมเบิร์ตนั้น เหมาะสมกับการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เป็นอย่างมาก เพราะเรื่องราวของเขาที่จะกลายเป็นแรงบรรดาลใจชั้นดีให้กับคนรุ่นต่อๆ ไปนั้นเอง

 

ติดตามบทความดีดีได้ที่  http://stevesmith12.com/

แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส

แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ฉายา กุหลาบไฟ สโมสรฟุตบอลในระดับลีกวัน ของอังกฤษ

แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส

แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส สโมสรฟุตบอลแบล็กเบิร์นโรเวอส์ (อังกฤษ: Blackburn Rovers Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลในระดับลีกวัน ของอังกฤษ เคยเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 1994–95 มีฉายาว่า “กุหลาบไฟ” ในภาษาไทย ตั้งอยู่ ณ เมืองแบล็กเบิร์น ในแคว้นแลงคาเชียร์ ประเทศอังกฤษ มีสนามเหย้าชื่อ อีวูดปาร์ค

แบล็กเบิร์นโรเวอส์ก่อตั้งปี 1875 และได้แชมป์ฟุตบอลลีกครั้งแรกในปี 1911 ได้สมัยที่ 2 ในปี 1913 ในปี 1992 มีการเปลี่ยนชื่อลีกสูงสุดเป็นพรีเมียร์ลีกหรือพรีเมียร์ชิพเป็นปีแรก สโมสรจบด้วยอันดับ 4 แต่ด้วยการทุ่มทุนมหาศาลของแจ็ค วอร์กเกอร์ ประธานสโมสรผู้ทำธุรกิจเหล็กกล้าซึ่งลงทุนจ้างเคนนี ดัลกลิช อดีตผู้จัดการของลิเวอร์พูลพร้อมกับให้เงินดัลกลิชซื้อ อลัน เชียร์เลอร์ มาจับคู่กับ คริส ซัตตัน จนสามารถชนะเลิศพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ อย่างไม่มีใครคาดคิด โดยมีคะแนนมากกว่าคู่แข่งสำคัญอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เพียงคะแนนเดียว แต่ต่อมาในปี 1994–95 มาแบล็กเบิร์นโรเวอส์จบด้วยอันดับ 7 และก็เสียผู้เล่นคนสำคัญอย่างอลัน เชียร์เลอร์, โทนี เกล, เดวิด แบ็ทตี้ ทำให้แบล็กเบิร์นโรเวอส์พยายามซื้อนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงอย่างซีเนอดีน ซีดาน แต่ก็ล้มเหลว ก่อนที่ทีมจะตกชั้นลงไปเล่นเดอะแชมเปียนชิปในปี 1998 และแจ็ค วอร์กเกอร์ได้เสียชีวิตด้วยวัย 71 ปี ในปี 2000 และในปี 2001–02 แบล็คเบิร์นสามารถเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จพร้อมกับคว้าแชมป์คาร์ลิงคัพ มาครองได้สำเร็จ

แบล็กเบิร์นโรเวอส์ อยู่ในพรีเมียร์ลีกมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งในปี 2011–12 แบล็กเบิร์นโรเวอส์ต้องตกชั้นลงไปสู่เดอะแชมเปียนชิป ด้วยอยู่ในอันดับที่ 19 ของตาราง ด้วยคะแนนเพียง 31 คะแนนเท่านั้น

ต่อมาในฤดูกาล 2016–17 แบล็กเบิร์นโรเวอส์ต้องตกลงไปสู่ลีกวัน หรือระดับดิวิชัน 3 ด้วยการจบฤดูกาลที่อันดับที่ 22 แม้นัดสุดท้ายจะเป็นฝ่ายเอาชนะเบรนท์ฟอร์ด ไปได้ถึง 1–3 และแม้จะมีคะแนน 51 คะแนนเท่ากับนอตทิงแฮมฟอเรสต์ แต่ทว่ามีลูกเสียได้น้อยกว่า 2 ลูก ทำให้ต้องตกชั้นลงไปสู่ลีกวัน นับเป็นสโมสรแรกที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกแต่ต้องลงไปเล่นในระดับลีกวัน

แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส อดีตผู้เล่นทีมีชื่องเสียง

  • แอลัน เชียเรอร์

แอลัน เชียเรอร์ (อังกฤษ: Alan Shearer) เกิดวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 1970 เป็นนักฟุตบอลระดับตำนานคนหนึ่งของวงการฟุตบอลอังกฤษ รวมถึงการก้าวขึ้นไปเป็นกัปตันทีมชาติ “ทรีไลออนส์” โดย “บิ๊กอัล” เกิดในเมืองนิวคาสเซิล แต่ทีมที่เขาเริ่มต้นอาชีพนักฟุตบอลก็คือ เซาแทมป์ตัน เนื่องจากถูก “สาลิกาดง” ปฏิเสธที่จะเซ็นสัญญาด้วย แต่กับเซาแทมป์ตัน เขาสามารถสร้างชื่อได้ตั้งแต่นักแรกที่ลงสนามทันที ด้วยการยิงแฮตทริก ทำให้แบล็กเบิร์นโรเวอร์ส คว้าตัวเขาไปร่วมทีม และสามารถที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก กับทาง “กุหลาบไฟ” ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นแชมป์แรกและแชมป์เดียวในชีวิตการค้าแข้งของแอลัน เชียเรอร์

ต่อมาด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ ทำให้เชียเรอร์ได้กลับมาเล่นในถิ่นเซนต์เจมส์พาร์ก และก็ค้าแข้งอยู่ทีมนิวคาสเซิลยูไนเต็ดเป็นเวลาเกือบสิบปี และก็ทำลายสถิติยิงประตูตลอดกาลของแจ็กกี มิลเบิร์น รวมถึงเป็นผู้ครองตำแหน่งยิงประตูมากที่สุดในศึกพรีเมียร์ชิพ อยู่ในปัจจุบันอีกด้วย ในส่วนของทีมชาติอังกฤษ ที่เขาเคยก้าวขึ้นไปทำหน้าที่กัปตันทีมนั้น เชียเรอร์ลงเล่นให้ทีมชาติ 63 นัด ยิงไป 30 ประตู ปัจจุบันเชียเรอร์ว่างงาน หลังจากดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมนิวคาสเซิลยูไนเต็ด ในวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 2009

  • ฮาคัน ซูเคอร์

ฮาคัน ซูเคอร์ (ตุรกี: Hakan Şükür; เกิด 1 กันยายน พ.ศ. 2514) เป็นนักการเมืองและอดีตนักฟุตบอลอาชีพชาวตุรกี เคยเล่นให้กับทีมชาติตุรกีนัดที่ 100 ในนัดที่แข่งขันรอบคัดเลือกกับทีมชาติยูเครน ซูเคอร์ เล่นให้กับกาลาทาซาไรอยู่ 8 ฤดูกาลจนกระทั่งในปี 2543 ได้ย้ายมาเล่นอินเตอร์มิลานในเซเรียอา และเล่นให้กับปาร์มาในช่วงสั้น ๆ และได้ย้ายเล่นให้กับแบล็กเบิร์นโรเวอส์ในพรีเมียร์ลีก ก่อนที่จะกลับมาเล่นให้กับกาลาทาซาไรอีกครั้งในปี พ.ศ. 2546 ใน ฟุตบอลโลก 2002 ซูเคอร์ ได้นำทีมเข้าสู่รอบรองชนะเลิศและชนะทีมชาติเกาหลีใต้ ทำให้ทีมชาติตุรกีได้เป็นอันดับที่ 3 ในนัดนี้ซูเคอร์ ได้ทำสถิติยิงประตูเร็วที่สุดในฟุตบอลโลก โดยยิงประตูในวินาทีที่ 11

  • ร็อบบี ฟาวเลอร์

รอเบอร์ท เบอร์นาร์ด ‘ร็อบบี’ ฟาวเลอร์ (อังกฤษ: Robert Bernard ‘Robbie’ Fowler) เกิดเมื่อวันที่ 9 เมษายน ค.ศ. 1975 ในท็อกซ์เทท ประเทศอังกฤษ เป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษ เป็นที่จดจำมากที่สุดในครั้งเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลใน 2 ช่วงเวลา และเขายังเป็นผู้ทำประตูสูงสุดเป็นอันดับ 6 ในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก ฟาวเลอร์ยิงประตูรวม 183 ประตูสำหรับลิเวอร์พูล โดย 128 ประตูในพรีเมียร์ลีกสำหรับลิเวอร์พูล (162 ประตูรวม กับทุกสโมสร) ต่อมาเขาย้ายทีมไปเล่นในสโมสรฟุตบอลลีดส์ยูไนเต็ด และ สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตีก่อนจะกลับมายังลิเวอร์พูลในเดือนมกราคม ค.ศ. 2006

หลังจากนั้น 18 เดือนได้เซ็นสัญญากับสโมสรฟุตบอลคาร์ดิฟฟ์ซิตี เขาปฏิเสธการเซ็นสัญญา 1 ปี สัญญาแบบจ่ายเมื่อเล่น และได้เซ็นสัญญากับสโมสรฟุตบอลแบล็กเบิร์นโรเวอร์ส เป็นเวลา 3 เดือน กับสัญญาจ่ายเมื่อเล่น ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2008 เขาออกจากแบล็กเบิร์นและเดินหน้าอาชีพกับการเล่นฟุตบอลออสเตรเลีย สำหรับการลงเล่นในฐานะนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ เขาลงแข่ง 26 นัด ยิงประตูได้ 7 ประตู

  • แอนดี้ โคล

แอนดรูว์ อะเลกซานเดอร์ โคล (อังกฤษ: Andrew Alexander Cole) หรือโดยมากเป็นที่รู้จักในชื่อ แอนดี้ โคล (อังกฤษ: Andy Cole) ชื่อที่รู้จักทั่วไปในคริสต์ทศวรรษ 1990 แต่ในปี ค.ศ. 2000 เขาขอให้เรียกชื่อเขาว่า แอนดรูว์ โคล[1] เกิดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ. 1971 ที่นอตทิงแฮม นอตทิงแฮมเชอร์ เป็นอดีตนักฟุตบอลชาวอังกฤษ และโค้ชฟุตบอลให้กับสโมสรฟุตบอลฮัดเดอร์ฟีลด์ทาวน์

ในฐานะนักฟุตบอลเขาเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าตั้งแต่ปี ค.ศ. 1988 ถึง 2008 เป็นที่เป็นจดจำมากที่สุดเมื่อครั้งอยู่กับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในพรีเมียร์ลีก เขาอยู่กับสโมสร 6 ปี และได้รับถ้วยรางวัลหลายครั้ง เขายังเล่นให้กับสโมสรระดับต้น ๆ อย่าง สโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล สโมสรฟุตบอลนิวคาสเซิลยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลแบล็กเบิร์นโรเวอส์ สโมสรฟุตบอลฟูลัม สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี พอร์ตสมัท และซันเดอร์แลนด์ และเล่นให้กับทีมอื่นอย่าง บริสตอลซิตี เบอร์มิงแฮมซิตี เบิร์นลีย์ และนอตทิงแฮมฟอเรสต์

โคลเป็นผู้ยิงประตูสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก โดยยิงได้ 187 ประตูในลีก เป็นรองเพียงอลัน เชียเรอร์ ที่ยิงได้ 260 ประตู

  • เดเมียน ดัฟฟ์

เดเมียน ดัฟฟ์ (อังกฤษ: Damien Duff) เป็นนักฟุตบอลชาวสาธารณรัฐไอร์แลนด์ เกิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ค.ศ. 1979 เล่นตำแหน่งกองกลาง เคยค้าแข้งในระดับพรีเมียร์ลีกกับสโมสรแบล็กเบิร์นโรเวิร์ส, เชลซี , นิวคาสเซิลยูไนเต็ด และฟูแลม โดยประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยกับเชลซี

ปัจจุบันเดเมียน ดัฟฟ์ เล่นให้กับสโมสรฟุตบอล แชมร็อค โรเวอส์ ใน ลีก ออฟ ไอร์แลนด์ พรีเมียร์ ดิวิชัน

ติดตามบทความดีดีได้ที่  http://stevesmith12.com/